ReadyPlanet.com
dot




ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

 



ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

********************

     

ประวัติวันเด็ก

                    ทั่วโลกเริ่มฉลองงานวันเด็กแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2498 ตามความเห็นขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งทางประเทศไทยก็ได้รับข้อเสนอให้มีส่วนร่วมในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของเด็กๆ มากขึ้น อย่างที่นานาประเทศกำลังทำอยู่ โดยนายวี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศได้ติดต่อผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย และประเทศไทยก็ได้รับข้อเสนอและเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น

                    ในที่สุดที่ประชุมได้เห็นชอบเรื่องการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ จึงได้นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการจากที่ประชุมให้มีจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาด ไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ซึ่งกองสลากกินแบ่งรัฐบาลได้อนุมัติเงินส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดงาน จากการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม โดยคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ 

                    ประเทศไทยมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ซึ่งต่อมาทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ.2506 เกิดปัญหาเกี่ยวกับการจัดงานวันเด็ก เพราะในประเทศไทยเดือนตุลาคมยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมากเด็ก ๆ ไม่สะดวกในการมาร่วมงาน อีกอย่าง วันจันทร์เป็นวันทำงานของผู้ปกครอง ทำให้ไม่สามารถพาเด็กๆไปร่วมงานได้ และวันจันทร์เป็นวันที่มีการจราจรก็ติดขัดมาก ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ซึ่งมีความเหมาะสมและสะดวกสบายขึ้น 

                    คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอ จึงได้ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ.2508 จนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมที่นิยมทำในวันเด็ก

                    การจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติของแต่ละประเทศ ได้ยึดหลักการให้ความสำคัญแก่ โดยเปิดสถานที่ราชการที่สำคัญเช่น รัฐสภา พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ ให้เด็ก ๆได้เข้าชมและศึกษา บางแห่งจัดการการแสดงต่างๆ แสดงมหรสพ มีการแจกอาหาร แข่งขันเกม แจกของขวัญ ฯลฯ ซึ่งตามสถานศึกษาก็จะมีกิจกรรมให้เด็กๆได้ร่วมสนุกกันทั่วประเทศ รวมถึงการที่ผู้ปกครองได้พาเด็กๆท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้าง ซึ่งแต่ละที่จะกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับเด็กๆนั่นเอง

รัฐสภา

                    รัฐสภาเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง ทุกๆปี จะได้รับความสนใจจากผู้ปกครองและเด็กๆอย่างมาก เพราะจะเปิดให้เด็กๆ ได้เข้าไปนั่งเก้าอี้นายกทางสำนักงานเลขาธิการทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ร่วมมือจัด งานฉลองวันเด็กแห่งชาติ อย่างการเปิด หอแห่งความหวัง เพื่อให้เด็ก ๆ มีโอกาสได้แสดงความเห็นเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมกิจกรรมเวทีดนตรีและการแสดง โดยมีศิลปิน ดารานักแสดงร่วมให้ความสุขแก่เด็ก มีการจัดซุ้มกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมของรางวัลจำนวนมากเพื่อให้เด็ก ๆ ที่มาร่วมงานได้ร่วมสนุกและรับของรางวัล

ท้องฟ้าจำลอง

                    ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ ที่มักจะมีเด็กๆ ไปเที่ยวเป็นประจำทุกปี เพราะเป็นสถานที่จำลอง โลก และดวงดาวต่างๆ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นที่ท้องฟ้าจำลอง โดยแต่ละปีจะเน้นธีมที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างความหลากหลาย ให้กับเด็กๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ปกครองและเด็กๆ ที่ไปร่วมงาน

สวนสัตว์
                    เป็นอีกหนึ่งสถานที่ แม้จะไม่ได้มีการจัดงานเหมือนที่อื่นๆ หรือ แต่การที่ผู้ปกครองได้พาเด็กๆ มาเที่ยวสวนสัตว์เพื่อเปิดหูเปิดตา ได้ชมสารพัดสัตว์ในวันเด็ก ทำให้ได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้เห็นสัตว์ของจริง นอกจากนี้ยังมีการแสดงสัตว์แสนรู้ ที่จะสร้างความเพลิดเพลินให้กับเด็กๆอีกด้วย ซึ่ง

และสถานที่ต่างๆ จะมีกิจกรรมที่ทำเพื่อเด็กๆ ทุกๆปี อย่าง การประปานครหลวงภายในงานมีการละเล่นสนุกสนาน เกมชิงรางวัลมากมาย เปิดเวทีให้เด็ก ๆ แสดงความสามารถด้านการร้องเพลงกับวงดนตรี พร้อมบริการอาหาร และเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน ส่วนใครที่ชอบศิลปะหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก็เชิญชวนเด็ก ๆ มาร่วมท่องโลกศิลปะไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์วันเด็กสไตล์หอศิลปกรุงเทพฯ ส่วนพิพิธภัณฑ์เด็ก เป็นศูนย์กิจกรรมที่ใหญ่มากสำหรับเด็กๆ ภายในจะมีถ้ำไดโนเสาร์ให้เด็กๆได้เรียนรู้สัตว์ในดึกดำบรรพ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นทางด้านวิทยาศาสตร์ และความไฮเทค ต่างๆ ทำให้เด็กๆได้เพลิดเพลินกันในวันเด็กของทุกปี

                    การที่เด็กๆ ได้มีโอกาสออกไปร่วมกิจกรรมในงานวันเด็กกับเพื่อนๆ โดยมีผู้ปกครองพาไป ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะการทำกิจกรรมวันเด็ก เป็นการส่งเสริมให้เด็กๆได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับคนอื่นๆ ให้รู้จัก การให้อภัย การเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และความรับผิดชอบ ซึ่งส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะสอนลูกเสมอว่าอยากให้ลูกทุกคนเป็นเด็กดี แต่ก็ยังมีเด็กอีกหลายๆ คนที่เป็นเด็กดื้อและไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ หน้าที่ของเด็กดีมีอะไรบ้างและอะไรที่ไม่ควรทำบ้าง

แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมวันเด็ก

                    การให้ความสำคัญกับเด็กๆ เป็นสิ่งที่ดี การปลูกฝังให้เป็นคนดี ด้วยการนำเสนอและสนับสนุนให้ทำแต่สิ่งดีๆ ตั้งแต่เด็กๆ ทำให้พวกเขารักที่จะเรียนรู้ และจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดดี และทำดีต่อไป

ให้เด็กๆเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก

                    การที่เด็กๆได้เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็ก ที่หน่วยงานต่างๆ จัดขึ้นทุกปี จะทำให้เด็กได้ตระหนักถึงคุณค่าบทบาท และความสำคัญของตนเอง แนวทางการดำเนินชีวิตที่ดี และมีผู้ปกครองที่ดีเป็นแบบอย่าง การได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือพาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมข้างนอก ได้เห็นมุมมองโลกที่กว้างขึ้น อาจจะทำให้เด็กๆ มีความคิดที่ดีขึ้น และมีความสุขที่ได้ทำอะไรดีๆ ในวันของพวกเขา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น ในโรงเรียน หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ควรจะสนับสนุน ให้ออกไปเจอเพื่อนๆ และร่วมทำกิจกรรม ดีกว่า

รู้ถึงความสำคัญของตน

                    การที่รัฐบาลได้จัดให้มี การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศ ได้รู้ถึงบทบาทและความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม และมีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งการได้ออกไปร่วมกิจกรรมต่างๆ จะทำให้เด็กๆ มีความกล้าแสดงออก และเข้าสังคมใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ และรู้จักเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ซึ่งจะแสดงถึงการมีความรับผิดชอบต่อไปเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่

แนวทางสร้างเด็กดี

                   พ่อแม่ควรแสดงความรักต่อลูก เพื่อพัฒนาให้ลูกมองเห็นคุณค่าในตัวเอง เด็กทุกคนต้องการเป็นบุคคลสำคัญอยากให้พ่อแม่รัก พ่อแม่ชม การเริ่มจากทัศนคติของพ่อแม่ที่มีต่อตัวเองเป็นพื้นฐาน จะมีผลต่อการมองเห็นคุณค่าในตนเองของลูกด้วย เพราะพ่อแม่ที่เห็นคุณค่าในตนเองจะส่งผ่านความรู้สึกนี้ให้กับลูกๆของพวกเขา ทั้งพ่อและแม่มีความสำคัญต่อการพัฒนาสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในชีวิตของลูก ให้ลูกๆมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และควรกล่าวชมเชยเด็กเมื่อพวกเขาทำเสร็จเรียบร้อย แม้จะเป็นงานเพียงเล็กน้อยก็ตามคำชมเชยเป็นเสมือนสิ่งที่ช่วยผลักดันให้เขารู้จักพึ่งตนเองในเรื่องอื่นๆ ที่มีความสำคัญมากขึ้นและมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

                    เด็กต้องการความรัก การที่พ่อแม่แสดงออกถึงความรักที่มีต่อลูก เช่น การสัมผัส การโอบกอด การบอกรักลูกๆทำให้เด็กๆ มีความมั่นคงในชีวิต และจะสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะรัก ห่วงใยในผู้อื่นเช่นเดียวกัน ธรรมชาติส่วนลึกที่สุดของมนุษย์คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นยอมรับ พ่อแม่ควรกล่าวชมเชยเด็ก หรือเมื่อเขาทำความดีและแสดงความมีน้ำใจ หรือเมื่อพวกเขาริเริ่มทำสิ่งที่มีคุณค่าด้วยตนเอง

 






Copyright © 2010 All Rights Reserved.