ReadyPlanet.com
dot




แผนลูกเสือเศรษฐกิจพอเพียง ป.6

 

แผนการจัดการเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ ครั้งที่ ๑
เรื่อง                                       การอยู่ค่ายพักแรม                                                              เวลา ๖๐ นาที
วิชา          กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีสามัญ    ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑
 
๑. สาระสำคัญ    
                การไปอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารีจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะไปปฏิบัติกิจกรรมอะไรบ้างและค้างกี่คืน เพื่อจะได้รู้ว่าต้องช่วยตนเองอย่างไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมไปนอกจากเต็นท์ เครื่องนอน เสื้อผ้า อาหารแห้ง ของใช้ที่จำเป็นในการเดินทางและการค้างแรมคืน ตลอดจนอุปกรณ์ที่อาจต้องผจญภัย สิ่งสำคัญที่สุดลูกเสือต้องจัดหาเครื่องหลังที่มีความเหมาะสมไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
๒. ผลการเรียนรู้
                ๒.๑ บอกหลักในการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งค่ายพักแรมได้
๒.๒ บอกและแสดงวิธีการปรุงอาหาร ๒ อย่าง สำหรับคน ๒ คนได้
๒.๓ เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมด้วยความกระตือรือร้น
๓. สาระการเรียนรู้
      การอยู่ค่ายพักแรม
                การอยู่ค่ายพักแรม   เป็นการไปพักค้างคืนสถานที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตนเอง การพักแรมนี้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ จะต้องช่วยเหลือตนเองทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่การจัดหาที่พัก การสร้างที่พัก การจัดหาที่นอน การประกอบอาหาร การรักษาความปลอดภัย การดูแลสุขภาพเมื่อเกิดการเจ็บป่วย เป็นต้น
                ลูกเสือ-เนตรนารีที่จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือ-เนตรนารีเอก จะต้องอยู่ค่ายพักแรมนับตั้งแต่เริ่มเป็นลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ รวมเวลาไม่น้อยกว่า ๑๒ คืน           
      ประโยชน์ของการอยู่ค่ายพักแรม มีดังนี้
                ๑. ทำให้รู้จักการทำงานและการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อตกลงของหมู่คณะ
                ๒. ทำให้มีความอดทน รู้จักบังคับใจตนเอง
                ๓. ทำให้รู้วิธีการบรรจุของใช้ สิ่งของลงในเครื่องหลังที่ถูกวิธี
                ๔. ทำให้เกิดความสามัคคี เพราะการอยู่ค่ายพักแรมจะต้องช่วยกันทำงานได้รับความลำบากด้วยกัน 
ย่อมเห็นอกเห็นใจกันและกัน
                ๕. ทำให้ได้รับความรู้จากประสบการณ์ตรงด้วยการฝึกหัดทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
                ๖. ช่วยให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น ทำให้เข้าใจการและกระบวนการของลูกเสือมากยิ่งขึ้น
                ๗. ช่วยให้รู้จักตนเอง เพราะการอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ จะอยู่ตามลำพังไม่มีพ่อแม่ 
หรือผู้ปกครองคอยให้การช่วยเหลือ
 
 
        เครื่องใช้ในการอยู่ค่ายพักแรม
                การอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ จะต้องเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวให้พร้อม สิ่งของเครื่องใช้ที่จะนำไปควรนำไปเฉพาะสิ่งจำเป็น มีน้ำหนักเบาและมีขนาดพอเหมาะที่จะนำไปได้สะดวก เมื่อจัดหาสิ่งของได้ครบแล้วให้จัดลงเครื่องหลังหรือกระเป๋าให้เรียบร้อย สิ่งของเครื่องใช้ที่ควรนำไป มีดังนี้
                ๑. เครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ได้แก่เสื้อ กางเกง กระโปรง ผ้าผูกคอ หมวก เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า และเครื่องหมายต่าง ๆ
                ๒. ชุดลำลองที่ใช้สวมในค่ายเช กางเกง เสื้อยึด เสื้อกันหนาว รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า กางเกงใน
                ๓. ชุดสำหรับปฏิบัติกิจกรรม คือ เสื้อผ้าและเครื่องใช้สำหรับลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม เช่น ชุดกีฬา รองเท้ากีฬา อุปกรณ์กีฬา
                ๔. เครื่องใช้ในเวลากลางคืน เช่น ผ้าปูที่นอน ถุงนอน ไฟฉาย
                ๕. เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ หวี จาน ช้อน กระติกน้ำ ยาประจำตัว
                ๖. เครื่องปฐมพยาบาล เช่น ทิงเจอร์ไอโอดีน แอมโมเนีย ยาแก้แพ้ ยาแก้ท้องเสีย สำลี ผ้าพันแผล ปลาสเตอร์ยา ยาแก้ปวด ยาแก้ไข้
                ๗. ของใช้อื่น ๆ  เช่น เชือก ไม้พลอง สมุดบันทึก ปากกา ดินสอ
การเตรียมตัวสำหรับการอยู่ค่ายพักแรม
                การไปอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารีสามัญต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย และสิ่งของต่าง ๆ โดยการเตรียมตัว ดังนี้
     ๑.ให้นายหมู่ประชุมปรึกษาหารือกัน โดยมีผู้กำกับเป็นที่ปรึกษาว่าปีหนึ่งจะอยู่ค่ายพักแรมกี่ครั้ง 
ครั้งละกี่คืน
                ๒. กำหนดสถานที่ที่จะพักแรม
                ๓. วางแผนการเดินทางไปอยู่ค่ายพักแรม เช่น กำหนดเส้นทางที่จะเดินไปยังค่ายพักแรม กำหนดวิธีการเดินทาง ออกแบบค่ายพักแรมที่จะสร้าง
                ๔. ขออนุญาตจากผู้ปกครองของลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญจึงจะเดินทางไกลไปอยู่ค่ายพักแรมได้
                ๕. บำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พร้อมที่จะผจญความลำบาก
                ๖. ทบทวนความรู้ที่ได้ศึกษามาเกี่ยวกับการอยู่ค่ายพักแรม เช่น การปฐมพยาบาล การหุงหาอาหาร การสร้างที่พัก การเตรียมเครื่องหลัง
                ๗. เตรียมเครื่องใช้ประจำตัว ได้แก่ เครื่องแบบ ผ้าเช็ดตัว สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผ้าห่มนอน หมอน มุ้ง เต็นท์ เสื้อกันฝน จาน ช้อน ส้อม เชือกผูกเงื่อน ไม้พลอง ยาประจำตัว สมุด ดินสอ กระติกน้ำ เป็นต้น
                ๘. เตรียมเครื่องใช้ประจำหมู่ ได้แก่ ตะเกียง เครื่องครัว อาหาร ขวาน มีด พลั่ว ถังน้ำ และกระเป๋ายา เป็นต้น
                ๙. เตรียมบันทึกสิ่งที่ได้พบเห็น บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่จะต้องแก้ไข
 
         ข้อปฏิบัติเมื่ออยู่ค่ายพักแรม
                เมื่อเดินทางไปถึงค่ายพักแรมให้ปลดเครื่องหลังออกางเป็นหมู่ให้เรียบร้อยแล้วปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้
                ๑. สร้างค่ายพัก กางเต็นท์ และนำสิ่งของและเครื่องหลังเข้าไปเก็บในเต็นท์
                ๒. แบ่งหน้าที่กันภายในหมู่ เช่น ปรุงอาหาร ทำความสะอาด หาฟืน รักษาความปลอดภัย โดยภายในค่ายพักแรมจะต้องแบ่งหน้าที่ คือ
                       ๑) จัดเวรยามมีกองรักษาการณ์
                     ๒) จัดหมู่บริการ เพื่อทำความสะอาดสถานที่ที่ใช้ร่วมกัน
                       ๓) ตรวจการเข้าออกค่าย ตรวจสอบจำนวนลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ทั้งตอนเช้า ตอนเย็นและ
ก่อนนอน
                ๓. กำหนดกิจกรรมประจำวัน ในแต่ละวันลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ควรได้ปฏิบัติตามตารางประจำวัน เพื่อเป็นการสร้างความมีวินัยในตนเองและการปลูกฝังค่านิยมในการกำหนดแนวทางการปฏิบัติของตนเองในแต่ละวัน
 
ตัวอย่างกำหนดกิจกรรมประจำวัน
                ๐๖.๐๐ น.              ตื่นนอน นำที่นอนออกผึ่งแดด อาบน้ำและแต่งตัว
                ๐๘.๐๐ น.             ชักธงขึ้นสู่ยอดเสา และร้องเพลงชาติ สวดมนต์
                ๐๘.๑๕ น.            รับประทานอาหารเช้า
                ๐๙.๓๐ น.             เข้าแถวและตรวจแถว
                ๑๐.๐๐ น.              ฝึกวิชาการลูกเสือ-เนตรนารี
                ๑๒.๐๐ น.             รับประทานอาหารกลางวัน
                ๑๓.๐๐ น.             พักผ่อน
                ๑๔.๐๐ น.             เล่นเกม
                ๑๘.๐๐ น.             รับประทานอาหารเย็น
                ๒๐.๐๐ น.             เล่นรอบกองไฟ
                ๒๑.๓๐ น.             เข้านอน
                ๒๒.๐๐ น.             ดับไฟ
       ๔. เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว ก่อนที่จะเดินทางกลับให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อย ให้มีสภาพเหมือนเดิมก่อนที่จะตั้งค่าย
๔. สมรรถนะ
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต  
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
 
 
๕.   คุณลักษณะอันพึงประสงค์
            ๑. ซื่อสัตย์สุจริต
๒. มีวินัย
๓.  ใฝ่เรียนรู้
๔.  อยู่อย่างพอเพียง
๕. มุ่งมั่นในการทำงาน
๖. รักความเป็นไทย
๖. กระบวนการจัดกิจกรรม
                ๖.๑ พิธีเปิดประชุมกอง (เข้าแถวครึ่งวงกลม ชักธงขึ้น สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)๑๐ นาที
                ๖.๒ เกม หรือ เพลง                                                                                                        ๕ นาที
เกม ปิดตาหาหมู่
                วิธีเล่นให้ปฏิบัติ ดังนี้
    ๑. ให้แต่ละคนแยกออกจากหมู่ของตน เข้าแถวปะปนกับหมู่อื่นแล้วใช้ผ้าปิดตาของตนเองไว้
๒. เมื่อได้ยินสัญญาณให้เริ่มเล่น ให้ทุกคนหาหมู่ของตนเองให้พบ โดยอาจส่งเสียงเรียกหากัน เมื่อพบแล้วให้จับมือกันไว้แล้วนั่งลงให้ครบทุกคน
๓.เมื่อการเล่นยุติลง ให้หมู่อื่น ๆ กล่าวชมเชย(เยล) ให้แก่หมู่ที่หาสมาชิกของตนเองได้ครบก่อนหมู่อื่น                
เพลง รักกันไว้เถิด
                (สร้อย) รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย                      จะเกิดภาคไหน ๆ ก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณีไม่มีกีดกั้น                                                           เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย
                ท้องถิ่นแหลมทอง คือท้องของแม่                                เกิดถิ่นเดียวกันแท้เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณ อบอุ่นดวงใจ                                                    เห็นสายเลือดไทยในสายตาบอกสายสัมพันธ์ (สร้อย)
ทะเลแสนงาม ในน้ำมีปลา                                                 พืชพันธ์ดื่นดาษตาไร่นารวงทองไสว
สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่น บรรพชนให้ไว้                                            เราลูกหลานไทย จงร่วมใจรักษาให้มั่น        
                    (สร้อย)
                แหลมทองโสภา ด้วยบารมี                                           ปกเกล้าเราไทยนี้ร่มเย็นเป็นผ่องใส
ใครคิดบังอาจหมิ่น ถิ่นทององค์ไทย                                             เราพร้อมพลีกายป้องถิ่นไทยและองค์ราชันย์
                                                                                (สร้อย)
 
 
๖.๓ การดำเนินกิจกรรม                                                                                                     ๓๐ นาที
                ๑) แบ่งหมู่ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญศึกษาตามฐานศึกษา
                ๒) ผู้กำกับอธิบายสาธิต
                ๓) ให้ลูกเสือ-เนตรนารีฝึกปฏิบัติ ดังนี้
                                ฐานศึกษาที่ ๑ การเตรียมตัวสำหรับการอยู่ค่ายพักแรม
                                ฐานศึกษาที่ ๒ เครื่องใช้ในการอยู่ค่ายพักแรม
                ๔) ให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญอภิปรายสรุปการศึกษาตามฐานศึกษา แล้วผู้กำกับนัดหมายการไปอยู่ค่ายพักแรม โดยให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรู้จักพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งค่ายพักแรมค้างคืน ในที่พักแรมชั่วคราว
๖.๔ ผู้กำกับเล่าเรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์                                                                          ๕ นาที
เรื่อง โลภมากลาภหาย
                มีสิงโตและหมีซึ่งเป็นมิตรกันได้ไม่นานนัก และได้เดินไปพบลูกกวางตัวหนึ่ง จึงร่วมกันล่าสังหารได้อย่างง่ายดาย แต่เนื่องจากสัตว์ทั้งสองอยากได้ลูกกวางเป็นอาหารของตนทั้งหมดจึงเกิดการต่อสู้แย่งชิงอาหาร จนได้รับบาดเจ็บ ต่างก็นอนหมอบหมดเรี่ยวแรง หมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเดินผ่านมาพบจึงฉวยโอกาสอันงามนี้คาบซากกวางไปกินอย่างสะดวกสบาย “โธ่เอ๋ยเราทั้งคู่นี่โง่จริง ๆ” หมีกล่าวด้วยความเสียดาย “หากเราไม่โลภเห็นแก่ตัว ยอมแบ่งลูกกวางคนละครึ่งเท่า ๆ กัน ป่านนี้คงได้ลิ้มรสเหยื่ออันโอชะอย่างเพลิดเพลิน ไม่ต้องมานอนมองเจ้าหมาจิ้งจอกขโมยชุบมือเปิบชิงเอาไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้”
               
๖.๕ พิธีปิดประชุมกอง (นัดหมาย เข้าแถวครึ่งวงกลม ตรวจเครื่องแต่งกาย ชักธงลง เลิก) ๑๐ นาที
 
๗. สื่อการเรียนรู้
                ๗.๑ อุปกรณ์ในการสาธิต เช่น เครื่องหลัง เต็นท์ ไม้พลอง ผ้าใบ พลาสติก เชือก 
                ๗.๓ เกม “ปิดตาหาหมู่”
                ๗.๔ แผนภูมิเพลง “รักกันไว้เถิด”
                ๗.๕ แผนภูมิความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียน
                ๗.๖ เรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์ เรื่อง “โลภมากลาภหาย”
                ๗.๗ เสาธง ธงชาติ
                ๗.๘ เครื่องประกอบจังหวะ
 
 ๘. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ครูผู้สอนนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้อย่างไร
 

 

 
 
 
 
นักเรียนได้เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างพอเพียง

หลักพอประมาณ
หลักมีเหตุผล
หลักสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว
-                   ทำแบบทดสอบได้ถูกต้องตามเกณฑ์และตรงตามเวลาที่กำหนด
-                   ปฎิบัติตนได้อย่างเหมาะสมและไม่ทำให้ตนและผู้อื่นเดือดร้อน
- การเรียนรู้เรื่องการอยู่ค่ายพักแรมเป็นทักษะกระบวนการหนึ่งในการใช้ทักษะชีวิตในการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
- นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าการอยู่ร่วมกัน                                                          - นักเรียนมีทักษะในการวางแผนในการทำงาน                                           
                     
ความรู้      -   นักเรียนมีความรู้เรื่องทักษะชีวิตในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น
คุณธรรม    - ขยันในการปฏิบัติงาน มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีความสามัคคีในหมู่คณะ มีวินัยและทำงานเสร็จตรงตามเวลากำหนด

 
๙. การวัดและประเมินผล
                ๙.๑ สังเกตความสนใจและความตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรม
                ๙.๒ การสัมภาษณ์ ให้บอกสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งค่ายพักแรม
                ๙.๓ การทดสอบ ให้สร้างที่พักแรมชั่วคราว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความเห็นผู้บังคับบัญชา
........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
 
 
ลงชื่อ....................................................
(นายเสรี จันทร์เจือจุน)
 
 
 
บันทึกผลหลังสอน
 
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
 
ลงชื่อ....................................................
(นายกันตพิชญ์ มีเครือ)
 
  
แผนการจัดการเรียนรู้กิจกรรมลูกเสือ ครั้งที่ ๒
เรื่อง       การอยู่ค่ายพักแรม                                                                                                      เวลา ๖๐ นาที
วิชา          กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีสามัญ    ชั้นประถมศึกษาปีที่๖ ภาคเรียนที่ ๑
๑. สาระสำคัญ    
                ารไปอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ-เนตรนารีจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะไปปฏิบัติกิจกรรมอะไรบ้างและค้างกี่คืน เพื่อจะได้รู้ว่าต้องช่วยตนเองอย่างไรบ้าง มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมไปนอกจากเต็นท์ เครื่องนอน เสื้อผ้า อาหารแห้ง ของใช้ที่จำเป็นในการเดินทางและการค้างแรมคืน ตลอดจนอุปกรณ์ที่อาจต้องผจญภัย สิ่งสำคัญที่สุดลูกเสือต้องจัดหาเครื่องหลังที่มีความเหมาะสมไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
๒. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
            ๒.๑ บอกหลักในการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งค่ายพักแรมได้
๒.๒ บอกและแสดงวิธีการปรุงอาหาร ๒ อย่าง สำหรับคน ๒ คนได้
๒.๓ เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมด้วยความกระตือรือร้น   
๓. สาระการเรียนรู้
      การเลือกที่ตั้งค่ายพักแรม
                สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการตั้งค่ายพักแรม ควรมีลักษณะ ดังนี้
                ๑. เป็นสถานที่ที่กว้างขวางพอสำหรับการตั้งค่ายและทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างอยู่ค่ายพักแรม
                ๒. เป็นที่ดอน พื้นที่ราบเรียบและแห้งไม่มีน้ำขัง หากเป็นไปได้ควรเป็นที่ที่ลาดเอียงเล็กน้อย เพื่อน้ำจะได้ไหลสะดวกเมื่อฝนตก
                ๓. ไม่เป็นที่ลุ่ม หรือเป็นแอ่งน้ำที่น้ำท่วมถึง
                ๔. อยู่ใกล้แหล่งน้ำใช้
                ๕. มีที่กำบังลม เพื่อป้องกันลมพัดค่ายพัง
                ๖. อยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ เพื่อป้องกันต้นไม้ลมทับเมื่อมีพายุลมแรง
                ๗. สามารถหาฟืนสำหรับก่อไฟให้สว่างและหุงต้มได้ง่าย
                ๘. สะดวกต่อการเดินทางไปมา
                ๙. อยู่ใกล้สถานบริการที่จำเป็น เช่น สถานีอนามัย สถานีตำรวจ
                ๑๐. ไม่เป็นเขตหวงห้าม และได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่
                การเลือกที่ตั้งค่ายพักแรม ในทางปฏิบัติควรไปดูสถานที่ก่อนที่จะเลือก เพื่อจะได้ค่ายพักแรมตามลักษณะที่ต้องการ คือ สถานที่ตั้งค่ายพักแรมควรต้องมีสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ดังนี้
                ๑. มีแหล่งน้ำ
                ๒. มีฟืนสำหรับการก่อไฟหุงต้มและอื่น ๆ
                ๓. มีพื้นที่ที่กำบังลม และแห้งสนิท
                ๔. มีบริเวณกว้างพอสำหรับทำกิจกรรม
                ๕. มีทางสัญจรที่สะดวกเหมาะแก่การใช้พาหนะบรรทุกสัมภาระได้
                การอยู่ค่ายพักแรม มุ่งให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรู้จักช่วยตนเอง พึ่งตนเองการอยู่ค่ายพักแรมจึงอาจจัดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ คือ อาจจัดค่ายพักแรมในโรงเรียนก็ได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
                ๑. ให้แต่ละหมู่อยู่ค่ายพักแรมในโรงเรียนในคืนวันเปิดเรียนปลายสัปดาห์ หรือ ช่วงปิดภาคเรียนภาคต้น หรือภาคฤดูร้อน โดยการสร้างค่ายพักแรมชั่วคราว ด้วยการอาศัยไม้พลองหรือสิ่งที่หาได้ตามธรรมชาติและจัดหาได้ใช้ประกอบที่นอน
                ๒. ให้เดินทางไกลแรมคืนนอกโรงเรียน หรือ
                ๓. นัดหมายให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ   มาทำกิจกรรมเข้าค่ายพักแรม ในขณะที่ผู้กำกับอยู่เวรยามในโรงเรียนด้วยก็ได้
       การเตรียมรายการอาหาร
                ในการเดินทางไกลอยู่ค่ายพักแรมนั้น ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญจะต้องหุงหาอาหารรับประทานเองในแต่ละวันที่อยู่ค่ายพักแรม และจะต้องจัดรายการอาหารประจำวันซึ่งควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ คือ
                ๑. ควรเป็นรายการอาหารที่มีอาหารสดในท้องถิ่น
                ๒. ควรเป็นรายการอาหารที่นำอาหารสดหรืออาหารแห้งไปได้
                ๓. ควรเป็นรายการอาหารที่สามารถใช้เครื่องครัวที่เตรียมไปได้
                ๔. ควรเป็นรายการอาหารที่ให้คุณค่าและสารอาหารครบ ๕ หมู่ ได้แก่
                                ๑) เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ซึ่งมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบสำคัญเฉลี่ย ๆ ประมาณ ๑๐๐ กรัม
                                ๒) ข้าว น้ำตาล เผือก มัน ซึ่งมีคาร์โบไฮเดรท เป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่ละมือควรรับประทานประมาณ ๒๕๐ กรัม หรือข้าว ๑ จาน วันละ ๓ มื้อ
                                ๓) ผักใบเขียนหรือผักอื่น ๆ ให้เกลือแร่และวิตามินต่าง ๆ แก่ร่างกาย เฉลี่ยวันละประมาณ ๒๐๐ กรัม
                                ๔) ผลไม้ต่าง ๆ มีเกลือแร่และวิตามินต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เฉลี่ยวันละประมาณ ๒๐๐ กรัม
                                ๕) ไขมันจากพืชและสัตว์ ได้แก่ น้ำมันหมูและนำมันพืช เฉลี่ยวันละประมาณ ๒ ช้อนโต๊ะ
                ๕. ควรเป็นรายการอาหารที่เหมาะ     กับการใช้เวลาในการปรุง ของที่มีอยู่แล้วหรือหาได้ง่ายน่ารับประทาน มิใช่เพียงให้มีกินเท่านั้น มีความสะอาดไม่ปนเปื้อนสิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายได้
 
ตัวอย่างรายการอาหารประจำวัน
                อาหารเช้า              ข้าวต้มหมู หรือข้าวต้มไก่ และผลไม้ เช่น ส้ม มะละกอ สับปะรด กล้วยน้ำว้า
                อาหารกลางวัน    ไข่เจียวหมู่สับ ผัดผักสด ยำปลากระป๋อง ข้าวสวย และขนมหรือผลไม้ เช่น ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ส้ม กล้วยหอม
                อาหารเย็น            ปลาทอด หรือหมูทอด หรือเนื้อทอด ไข่ตุ๋น ต้มยำไก่ หรือ ต้มยำปลา ผัดผักสด ข้าวสวย และผลไม้
การปรุงอาหาร ๒ อย่าง สำหรับ ๒ คน
                เมื่อลูกเสือ-เนตรนารีสามัญเดินทางไกลอยู่ค่ายพักแรม จะต้องปรุงอาหารรับประทานร่วมกัน การปรุงอาหารรับประทานร่วมกันนี้ ต้องคำนึงถึงปริมาณของอาหารที่ปรุงให้พอเหมาะกับจำนวนคนด้วย หากปรุงอาหารมากก็จะทำให้อาหารเหลือ หากปรุงอาหารน้อยอาหารก็จะไม่พอเพียงสำหรับรับประทาน จะต้องเสียเวลาปรุงเพิ่มเติม ในการหุงข้าวรับประทาน ๑ มื้อ สำหรับลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ จำนวน ๒ คน ควรหุงข้าวประมาณ ๑/๓ ลิตร ส่วนการปรุงอาหารนั้นควรกะปริมาณให้พอเหมาะ 
๔. กระบวนการจัดกิจกรรม
                ๔.๑ พิธีเปิดประชุมกอง (เข้าแถวครึ่งวงกลม ชักธงขึ้น สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ แยก)๑๐ นาที
                ๔.๒ เกม หรือ เพลง                                                                                                                 ๕ นาที
เกม แอ๊ด กับ อ๊อด
                วิธีเล่นให้ปฏิบัติ ดังนี้
                ผู้เล่นทุกคนจับมือกันเป็นวงกลม มีผู้เล่น ๒ คนภายในวงกลมคนหนึ่งชื่อ “แอ๊ด” จะถูกปิดตาไว้ อีกคนหนึ่งชื่อ “อ๊อด” ผู้เล่นที่ชื่อแอ๊ดจะไล่จับผู้เล่นที่ชื่ออ๊อด โดยผู้เล่นที่ถูกปิดตาจะขานชื่อตัวเองว่า “แอ๊ด” ผู้เล่นคนหนีต้องขานตอบชื่อตัวเองว่า “อ๊อด” ซึ่งจะทำให้รู้ตำแหน่งของผู้เล่นชื่ออ๊อดอยู่ตรงไหน ทุกครั้งที่ผู้เล่นพูด “แอ๊ด” อีกคนหนึ่งต้องพูดว่า “อ๊อด” ทันที่
                การตัดสิน                             เมื่อจับได้ให้เปลี่ยนคู่ใหม่เข้าเล่นต่อไป
เพลง เดี๋ยว เดียว
                                                                เดี๋ยว เดียว                             เจอกันประเดี๋ยวเดียว (ซ้ำ)
                                                สนิทสนมกลมเกลียว                              เดี๋ยวเดียวก็รักกันได้
                                                แปลกใจ                                                 เรารักกันได้อย่างไร (ซ้ำ)
                                                เรารักกันได้                                            เพราะลูกเสือ (เนตรนารี) อย่างเดียว
 
๔.๓ การดำเนินกิจกรรม                                                                                                    ๓๐ นาที
                ๑) แบ่งหมู่ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญศึกษาตามฐานศึกษา โดยผู้กำกับอธิบายและสาธิต แล้วให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญฝึกปฏิบัติ
                ๒) ให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ อภิปรายสรุปการศึกษาตามฐานศึกษา แล้วผู้กำกับนัดหมายการไปอยู่ค่ายพักแรม โดยให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ รู้จักการพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งค่ายพักแรมค้างคืน ในที่พักแรมชั่วคราว วิธีการปรุงอาหาร ๒ อย่าง สำหรับคน ๒ คน โดยปฏิบัติในวันเวลาที่เหมาะสม
               
๔.๔ ผู้กำกับเล่าเรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์                                                                         ๕ นาที
เรื่อง หมีกับผึ้ง
               
                หมีตัวหนึ่งซึ่งกำลังหิวโซ เดินเข้าไปในสวนและได้พบกับรังผึ้งมันจึงจับมาฉีกกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะน้ำผึ้งเป็นสิ่งที่หมีโปรดปานมากที่สุด
พวกผึ้งพยายามช่วยกันต่อสู้โดยใช้เหล็กในเป็นอาวุธ แต่ไม่สามารถเจาะทะลุขนอันหนาและปกปุยของหมีได้ แต่ในเวลาไม่นานก็คิดหาวิธีทางใหม่ ด้วยการพร้อมใจกันบินเข้าไปต่อยตรงบริเวณหน้าและตาของหมี เมื่อหมีได้รับความเจ็บปวด ไม่สามารถทนอยู่ได้จึงวิ่งหนีเข้าป่าไป
                                เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   ผู้ทำร้ายผู้อื่นย่อมได้รับการลงโทษ และความสามัคคีย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ
๔.๕ พิธีปิดประชุมกอง (นัดหมาย เข้าแถวครึ่งวงกลม ตรวจเครื่องแต่งกาย ชักธงลง เลิก) ๑๐ นาที
๕. สื่อการเรียนรู้
                ๕.๑ อุปกรณ์ในการปรุงอาหารสำหรับสาธิต เช่น เนื้อสัตว์ เนื้อปลา
                ๕.๓ เกม “แอ๊ดกับอ๊อด”
                ๕.๔ แผนภูมิเพลง “เดี๋ยวเดียว”
                ๕.๕ แผนภูมิความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียน
                ๕.๖ เรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์ เรื่อง “หมีกับผึ้ง”
                ๕.๗ เสาธง ธงชาติ
                ๕.๘ เครื่องประกอบจังหวะ
  
กิจกรรมเสนอแนะประกอบหน่วยการเรียน
                เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ที่จะช่วยพัฒนาให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรู้จักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม มีจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ควรจัดกิจกรรมประกอบการเรียนรู้ โดยปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้
                ๑. ให้ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ แบ่งหมู่ศึกษาตามฐานศึกษา โดยผู้กำกับอธิบายและสาธิตแล้วให้ปฏิบัติ ดังนี้
      ฐานศึกษาที่ ๑ การเตรียมตัวอยู่ค่ายพักแรม
    ฐานศึกษาที่ ๒ การเลือกสถานที่ตั้งค่าย
      ฐานศึกษาที่ ๓ การปรุงอาหารง่าย ๆ สำหรับ ๒ คน
จากนั้นร่วมกันอภิปรายสรุปการเรียนตามฐานศึกษา
                ๒. ผู้กำกับนัดหมายการไปอยู่ค่ายพักแรม โดยลูกเสือ-เนตรนารีสามัญร่วมแสดงความคิดเห็นในการพิจารณาเลือกที่ตั้งค่ายพักแรมและรายการปรุงอาหาร ๒ อย่างสำหรับ ๒ คนได้
                ๓. ผู้กำกับเล่าเรื่องสั้นที่เป็นประโยชน์ ให้ช่วยกันสรุปประโยชน์ ที่ได้รับจากการฟังร่วมกัน
๖. การวัดและประเมินผล
                ๖.๑ สังเกตความสนใจและความตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรม
                ๖.๒ ทดสอบ ให้ปรุงอาหารแบบชาวป่า
                ๖.๓ ให้ทำแบบฝึกหัด
ตอนที่ ๑ แบบทดสอบ
คำชี้แจงอ่านคำถามและตัวเลือก ก ข ค และ ง ของแต่ละข้อต่อไปนี้ แล้วเขียนเครื่องหมาย X ทับข้อคำถามที่ถูกต้อง
                ๑. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของการอยู่ค่ายพักแรม ?
                                ก. มีระเบียบวินัย                                                 ข. รู้จักช่วยตนเอง
                                ค. รู้วิธีการขายสินค้า                                          ง. รู้จักอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ
                ๒. ข้อใช้ส่วนตัวในข้อใดที่ไม่ควรนำไปอยู่ค่ายพักแรม ?
                                ก. วิทยุเทป                                                            ข. แปรงสีฟัน
                                ค. ผ้าเช็ดตัว                                                          ง. ยาประจำตัว
                ๓. เครื่องครัวชนิดใดที่ ไม่ควร นำไปอยู่ค่ายพักแรม ?
                                ก. มีด                                                                     ข. จาน
        ค. ช้อน ส้อม                                                          ง. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
                ๔. สิ่งใดจัดเป็นเครื่องใช้ประจำตัวของลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ?
                                ก. ถังน้ำ                                                                 ข. ขวาน
                                ค.ไม้พลอง                                                            ง. เครื่องครัว
                ๕. สิ่งใดจัดเป็นเครื่องใช้ประจำหมู่ ?
                                ก. ตะเกียง                                                             ข. เสื้อกันฝน
                                ค. เครื่องแบบ                                                        ง. เชือกผูกเงื่อน
                ๖. สถานที่ใดที่ควรเลือกเป็นที่ตั้งค่ายพักแรม ?
                                ก. เป็นที่ลุ่ม                                                          ข. อยู่ริมถนน
                                ค. ใกล้แหล่งน้ำใช้                                               ง. ห่างจากสถานีอนามัย
                ๗. ลักษณะของพื้นที่แบบใดที่ควรตั้งค่ายพักแรม ?
                                ก. พื้นที่บนภูเขา                                                  ข. พื้นที่ที่มีกำบังลม
                                ค. พื้นที่ที่มีหญ้าเขียว                                         ง. ที่ราบใกล้ต้นไม้ใหญ่
                ๘. ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยสำคัญในการเลือกที่ตั้งค่ายพักแรม ?
                                ก. แหล่งหาน้ำ                                                     ข. แหล่งหาฟืน
                                ค. เส้นทางไปมา                                                 ง. แหล่งหาอาหาร
                ๙. อาหารลักษณะใดที่ควรปรุงในการไปอยู่ค่ายพักแรม ?
                                ก. มีวิธีปรุงง่าย ๆ                                                ข. ใช้อุปกรณ์หลายอย่าง
                                ค. อาหารที่ใช้ของสดปรุง                                  ง. มีขั้นตอนในการปรุงหลาขั้นตอน
                ๑๐. อาหารชนิดใดเหมาะในการปรุงเมื่อไปอยู่ค่ายพักแรม?
                                ก. ไข่เจียว                                                             ข. พะแนงเนื้อ
                                ค. ฉู่ฉี่ปลาหมอ                                                    ง. แกงเขียวหวานไก่
 
คำตอบทั้งหมด    ๑๐ ข้อ O ผ่าน O ไม่ผ่าน
ลงชื่อ.............................................................ผู้กำกับ/ผู้ประเมิน
 
ตอนที่ ๒ สำหรับผู้ประเมิน
คำชี้แจง    เมื่อลูกเสือ – เนตรนารีสามัญ ปฏิบัติกิจกรรมในการประชุมกองแต่ละครั้งสิ้นสุดลง ผู้ประเมินให้ประเมินพฤติกรรมแต่ละข้อที่สัมพันธ์กับการปฏิบัตินั้น ๆ ลงในตาราง และควรให้ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญ และผู้ปกครองรับทราบผลประเมินในแต่ละข้อด้วย
ชื่อลูกเสือ/เนตรนารีสามัญ............................................................................................
 
ข้อ
รายการประเมิน
ผ่าน  
ไม่ผ่าน
การแก้ไข/ปรับปรุง
ผู้ระเมิน/
ผู้กำกับ
ลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ
ผู้ปกครอง
๑.
บอกและแสดงวิธีการเตรียมเครื่องใช้ในการอยู่ค่ายพักแรมได้
 
 
 
 
 
 
๒.
บอกหลักการเลือกสถานที่ในการอยู่ค่ายพักแรมได้
 
 
 
 
 
 
๓.
บอกและแสดงวิธีการปรุงอาหารสำหรับคน ๒ คน อาหาร ๒ อย่างได้
 
 
 
 
 
 
ความเห็นผู้บังคับบัญชา
...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
 
ลงชื่อ....................................................
(...............................................)
บันทึกผลหลังสอน
 
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………






Copyright © 2010 All Rights Reserved.