ReadyPlanet.com
dot




งานวิจัย นายเสรี จันทร์เจือจุน

ชื่อเรื่อง                           ปัญหาการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี

ชื่อผู้วิจัย                         นายเสรี  จันทร์เจือจุน

อาจารย์ที่ปรึกษา           รองศาสตราจารย์ประทุม  แป้นสุวรรณ์

อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม     ดร.พัทธญา  สุระวิญญู

หลักสูตร                        การบริหารการศึกษา

ปริญญา                        ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต (ศษ.ม)

พุทธศักราช                  2548

มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น

                                                                                                                 บทคัดย่อ

          ในการวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย  เพื่อศึกษาปัญหาและเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีต่อปัญหาการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี จำแนกตาม  อายุ  ประสบการณ์ในการบริหารการศึกษาและขนาดสถานศึกษา  ตลอดทั้งเพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา  โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นผู้บริหารสถานศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี  ปีการศึกษา 2547  ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น  (Stratified  Radom  Sampling)  และสุ่มอย่างง่าย (Simple  Random  Sampling)  โดยได้จำนวนกลุ่มตัวอย่าง  รวมทั้งสิ้น  222  คน

          เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง  และผ่านการทดลองใช้แล้ว  และนำไปหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ  ด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach)  ซึ่งแบบสอบถามทั้งฉบับมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ  0.82

          ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองและได้รนับแบบสอบถามกลับคืน  รวมทั้งสิ้น  222  ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ 100  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าความถี่  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว  (One  Way  Analysis  Variance)

          ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

          1.  ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นต่อปัญหาการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยรวมและรายด้านปรากฎว่าอยู่ในระดับมากทุกด้านเช่นกัน

          2.  ผลการเปรียบเทียบตามสมมติฐาน

                    2.1.  ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอายุต่างกัน  มีความคิดเห็นต่อปัญหาการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาในภาพรวมและทุกด้านไม่แตกต่างกัน

                    2.2.  ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีประสบการณ์ในการบริหารการศึกษาต่างกัน  มีความคิดเห็นต่อปัญหาการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านปรากฎว่า  ด้านการจัดระบบบริหารและสารสนเทศและด้านการรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปีแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ส่วนด้านอื่นๆ  ไม่แตกต่างกัน

                    2.3.  ผู้บริหารสถานศึกษาที่ปฏิบัติงานในขนาดสถานศึกษาที่ต่างกัน  มีความคิดเห็นต่อปัญหาการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน  ปรากฎว่า  ด้านการจัดระบบบริหารและสารสนเทศไม่แตกต่างกัน  สำหรับด้านการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา  และด้านการรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปี  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001  ส่วนด้านการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ด้านการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษา  และด้านการประเมินคุณภาพการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  ส่วนด้านการพัฒนามาตรฐานการศึกษา  และด้านการผดุงระบบการประกันคุณภาพการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

          3.  ปัญหาและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาตามกระบวนการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา  เกิดจาก  1)  บุคลากรมีน้อยแต่ต้องทำงานด้านอื่นๆ  2)  งบประมาณไม่เหมาะสมกับสภาพจริงของสถานศึกษา  3)  ทรัพยากรด้านวัสดุอุปกรณ์  เครื่องใช้สำนักงานที่ทันสมัย  มีไม่เพียงพอทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ  และ  4)  การจัดการขาดระบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดี  ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของทรัพยากรที่มีอยู่  ส่วนข้อเสนอแนะได้เสนอให้จัดสรรทรัพยากรทางการบริหารเพิ่มเติมทั้ง 4 ด้าน

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.