ReadyPlanet.com
dot




ขอใจให้เป็นครู

 

โรคที่ครูทำ

          ลุงแก้วนั่งนับเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ปี  ก็จะถึงวันเกษียณอายุอำลาอาชีพภารโรงในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นอาชีพเดียวที่ลุงแก้วได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนมาจุนเจือครอบครัว  จนลูกสาวคนโตได้ทำงานเป็นฉันทนาในโรงงาน  ลูกชายคนกลางเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อยู่อู่แห่งหนึ่ง  ส่วนคนเล็กคือเจ้า  "จ๊อด"  กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1 ในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ

      ลุงแก้วแอบดีใจ  ภาคภูมิใจเงียบๆอยู่คนเดียวว่า  "ถึงอย่างไรลูกๆ 2 คน  มันก็มีเงินเดือนเยอะกว่าเราตอนอายุเท่ากัน"

      สำหรับจ๊อดนั้น  เมื่อสอบเข้าเรียนต่อได้  ลุงแก้วยิ่งปลาบปลื้มใจจนล้นปรี่  เพราะอนาคตเจ้าคนนายคนเห็นอยู่รำไร  "แววมันดีกว่าพี่ๆ ทั้ง 2 คน  คราวนี้แหละจะได้อวดใครๆ  ว่าลูกข้าก็ไม่น้อยหน้าใครแหละวะ"

      "ไอ้จ๊อดลูกพ่อ  เองต้องเรียนเก่งๆนะ  จะได้มีปริญญามาให้พ่อชื่นชมช่วยเชิดหน้าชูตาพ่อ  มีงานดีๆ  ได้เป็นเจ้าคนนายคน  มีเงินเดือนเยอะ  จนซื้อรถมาให้พ่อขับได้นะ"  ลุงแก้วพูดกรอกใส่หูเจ้าจ๊อดทุกๆครั้งเมื่อมีโอกาส

      และแล้ววันหนึ่ง  ครูพรพิมลครูประจำชั้นของจ๊อดกับนักจิตวิทยาของโรงพยาบาลประจำอำเภอก็มาพบลุงแก้วที่บ้าน

      แรกพบ  ลุงแก้วดีใจเมื่อรู้ว่าครูของจ๊อดมาเยี่ยมถึงบ้าน  แต่ก็อดแปลกๆใจไม่ได้  เมื่อได้รับคำแนะนำว่าคนที่มาด้วยคือนักจิตวิทยา.....

      หลังจากพูดคุยสนทนากันเป็นเวลาพอสมควร  ลุงแก้วจึงทราบว่าเจ้าจ๊อดลูกชายคนเล็กที่ลุงแก้ววาดหวัง  อนาคตอันสวยหรูให้มัน  จนต้องพยายามเคี่ยวเข็ญ  ดุด่าให้ทำการบ้าน  อ่านหนังสือ  และโกรธเกี้ยว เมื่อเห็นจ๊อดเอาแต่เล่นกีฬา  แต่เมื่อไรที่จ๊อดติดขัดทำการบ้านไม่ได้  โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์เอามาถามพ่อ  พ่อก็หมดปัญญาที่จะสอนจ๊อดเหมือนกัน

      "สมัยข้ามันมีซะที่ไหนล่ะไอ้เลขแบบนี้"  ลุงแก้วแอบเทียบหลักสูตรตอนแกอยู่ ป.4 เมื่อ 40 ปีกว่าที่แล้ว  พี่ๆทั้งสองคนก็พอๆกันกับพ่อนั้นแหละ แม่ยิ่งไปกันใหญ่  จ๊อดจึงต้องลอกการบ้านเพื่อนอีกตามเคย

      นอกจากนั้นลุงแก้วยังได้รับคำบอกเล่าต่อไปว่าก่อนจะถึงเวลาเรียนเลขของครูสุรพล  ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดคณิตศาสตร์  จ๊อดจะมีอาการปวดท้อง  ปวดหัว  เป็นลม  ไปนอนห้องพยาบาลแทบทุกครั้ง  บางครั้งไม่เข้าห้องเรียนเลย  ไปแอบอยู่ในห้องน้ำหรือที่อื่นๆ  เท่าที่จะซ่อนตัวเองได้  เมื่อวานถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลเลยที่เดียว  เพราะอาการเป็นมากกว่าทุกๆครั้ง

      ภายหลังครูพรพิมลกับนักจิตวิทยาซักไซ้ไล่เลียง  จึงรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ทำการบ้านคณิตศาสตร์ไม่เสร็จหรือตอบปัญหาไม่ได้  ครูจะมีคำพูดและวิธีทำโทษแปลกๆ  ใหม่ๆ  หรือประจานจ๊อดต่อหน้าเพื่อนๆให้ได้อายอย่างสม่ำเสมอเรื่อยมา

      เมื่อไปเลียบเคียงคุยกับครูสุรพล  ก็ได้ข้อมูลว่าวิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาบังคับ  หากไม่ใช้วิธีนี้เด็กอื่นๆ ก็อาจจะไม่สนใจเอาเป็นเยี่ยงอย่าง  "ผมในฐานะหัวหน้าหมวด  ต้องรับผิดชอบวิชานี้นะครับ  ครูสุรพลแสดงถึงความเข้มแข็ง  เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่การงานอย่างเต็มเปี่ยม

      ลุงแก้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดโตๆ  ที่ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าที่ขาวซีดเผือด  ทั้งๆที่อากาศเย็นสบาย

      "มิน่า  บางวันผมเห็นจ๊อดมันไม่สบายมากๆเลยปวดหัว  ปวดท้อง  อาเจียน  ระยะหลังนี้เป็นเกือบวันเว้นวันเลยครับ  ผมคิดว่ามันเป็นโรคกระเพาะว่าจะพาไปหาหมอเหมือนกัน"

      วันเวลาที่ลุงแก้วเห็นอาการของลูกชายตรงกับวันที่จ๊อดต้องเรียนคณิตศาสตร์ทุกครั้ง........

      ขอถามว่า........

  • เด็กเกิดปัญหานี้เพราะอะไร ?
  • มีใครเข้าใจความรู้สึกของเด็กบ้าง ?
  • โรงเรียนของท่านมีเหตุการณ์เช่นนี้บ้างไหม ?
  • หากทุกคนปล่อยให้ล่วงเลยผ่านไปจะเกิดอะไรขึ้น ?
  • การให้ความช่วยเหลือควรเป็นหน้าที่ของใคร ?
  • ในโรงเรียนของท่านมีครูเช่นเดียวกับครูพรพิมลบ้างหรือไม่ ?
  • ครูสุรพลควรได้รับความช่วยเหลือด้วยหรือไม่ ?  โดยวิธีการอย่างไร ?

 

ที่มา : จากหนังสือ  กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ  โรงพิมพ์การศาสนา  2540.

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.